ประวัติม้าไทยสายพันธุ์แท้

Thai-horse

‘ม้า’ จัดเป็นสัตว์ที่ไม่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการจะเจาะลึกความเป็นมาของม้าไทย ต้องล้วงลึกไปถึงหน้าประวัติศาสตร์โลก ย้อนไปไกลกว่า 5,000 ปี ซึ่ง ณ ตอนนั้นประเทศจีนเป็นชนชาติแรกของโลก ซึ่งนำม้ามาเลี้ยงเพื่อการใช้งานทั่วไป หลังจากนั้นด้วยความแข็งแกร่งของม้า จึงได้มีการพัฒนาให้กลายมาเป็นม้าเพื่อทำศึกสงคราม, ม้าส่งข่าว, ม้าพิธีการ รวมทั้งนำม้ามาใช้เพื่องานอเนกประสงค์ต่างๆ จนกระทั่งเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จนกระทั่งกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงในตำนาน ซึ่งมีความผูกพันกับชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล

‘ม้า’ สัตว์คู่มนุษย์ตั้งแต่ยุคอดีตกาล

โดย ‘ม้า’ เป็นสัตว์แข็งแรง มีขนาดใหญ่ จึงทำให้เกิดความผูกพันต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์มาอย่างเนิ่นนานตั้งแต่สมัยโบราณ หากแต่ม้าส่วนใหญ่ที่พบเห็นมาก ในโลกปัจจุบันนี้นั้น เป็นม้าพัฒนาสายพันธ์มาแล้ว โดยเกิดจากการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธ์ไปมาเพื่อให้ม้าออกมาตามต้องการในการใช้งานด้วยฝีมือมนุษย์ เพราะฉะนั้นม้าในปัจจุบันนี้จึงมีเพียงแค่ไม่กี่ % เท่านั้น จะเจริญเติบโตกลายเป็นม้าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ ‘ม้าไทย’ เป็นม้าจากธรรมชาติแท้ๆ ก็จัดอยู่ในกลุ่มควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจจะกลายเป็น ‘ม้าจากธรรมชาติฝูงสุดท้ายของโลก’ แล้วก็เป็นได้

Thai-horse-

เจาะลึกถึง DNA ม้าไทย

ย้อนไปในอดีตเมื่อเกิดการอพยพที่อยู่อาศัย หรือเกิดการเดินทางเพื่อค้าขาย แน่นอนว่า ‘ม้า’ เป็นสัตว์ที่จะต้องถูกนำไปใช้งานด้วยเสมอ จากการอ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่า ‘ม้า’ เป็นสัตว์ที่เข้ามาในประเทศไทยสมัยทวาราวดี โดยมีหลักฐานในเรื่องของการนำม้าเข้ามาค้าขาย ผ่านการเดินเรือ รวมทั้งการนำม้าเข้ามาเป็นเครื่องบรรณาการหรือนำมาขายให้ผู้คนได้นำไปใช้งานกัน

นอกจากนี้อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้วิเคราะห์ในการเข้ามาของม้าในดินแดนสยาม มาจากการศึกษาเรื่อง เส้นทางม้าชา หรือ Tea Horse Road โดยเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มาจากประเทศจีน โดยช่วงนั้นประชาชนชาวทิเบตมีความต้องการใบชาปู่เอ๋อมาก หากแต่การขนส่งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเดินทางผ่านภูเขาอันสูงชัน บ้างครั้งก็เป็นพื้นที่อันตรายเป็นหุบเหวลึก อีกทั้งยังมาพร้อมลำธารอันมีน้ำไหลเชี่ยว ถ้าใช้กำลังมนุษย์อย่างเดียวคงจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นจึงนำม้ามาเป็นเครื่องทุ่นแรง และเกิดเส้นทางการขายใบชาบนหลังม้าขึ้นมา

หลังจากนั้นม้าก็แพร่ไปสู่ อินเดีย, เวียดนาม และท้ายที่สุดก็เข้ามาสู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย จนกระทั่งเกิดเป็นวัฒนธรรมในการเลี้ยงม้าขึ้นมา

การค้นพบกระดูกม้าอันน่าตกตะลึง!

หลักฐานชิ้นสำคัญล่าสุดที่พบในประเทศไทย คือ โครงกระดูกม้าที่มีความสมบูรณ์แบบมากๆ ซึ่งได้รับการขุดค้นพบจากโบราณสถานเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ จากโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์มากๆ นี้เอง จึงเป็นเครื่องช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของม้าไทยนับตั้งแต่สมัยอดีตกาล ซึ่งหลักฐานทางโบราณคดี ที่ได้มาจากเวียงท่ากาน แห่งจังหวัดเชียงใหม่ จะมีความเก่าแก่สามารถย้อนอดีตไปในยุคหริภุญไชย โดยนอกเหนือไปจากโบราณสถาน ,อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ , รวมถึงโครงกระดูกมนุษย์ ก็มี โครงกระดูกม้า นี่แหละที่เป็นโบราณวัตถุชิ้นใหม่ น่าสนใจ สามารถนำมาสานต่อในเรื่องของการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดี

ม้าไทยในปัจจุบันที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องได้รับการดูแลอย่างดี เนื่องจากม้าในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ เป็นม้าสายพันธุ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง จึงทำให้เกิดผลเสียบางประการ เช่น อ่อนแอต้านทานโรคได้น้อย , ติดลูกยาก เป็นต้น หากแต่ม้าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคต่างๆ ได้ดี อีกทั้งยังติดลูกง่าย เพราะฉะนั้นการรักษาสายพันธ์บริสุทธิ์นี้ไว้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก